วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552

การจัดฉากรายการโทรทัศน์

การจัดรายการโทรทัศน์ ฉากหลังของห้องส่งมีความสำคัญมาก มากพอจะสร้างบรรยากาศของรายการให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ สร้างความมั่นใจให้กับผู้ดำเนินรายการและช่วยส่งให้รายการเกิดหรือไม่เกิด
เมื่อก่อนการจัด 'ฉากหลัง' ออกแนวพื้นๆ แค่ทาสีเรียบๆ และอาจมีตัวหนังสือบอกให้รู้เล็กน้อยว่าข่าวภาคค่ำ พร้อมเลขช่องสถานี ต่อมาเห็นทีวีเมืองนอกเขามีฉากหลังเป็นบรรยากาศการทำงานของกองบรรณาธิการ เห็นความพลุกพล่าน สดไวของทีมงาน ทะลุไปถึงสุดห้อง อาจมีกระจกใสคั่นบ้างเพื่อกันเสียงรบกวน บางครั้งเห็นทีมงานด้านหลัง นั่งเขียนข่าว สั่งพิมพ์แล้วลุกไปหยิบข่าวด่วน เดินตรงส่งมาให้ผู้ประกาศข่าวรายงานกันสดๆ เห็นๆ "ท่านผู้ชมที่เคารพครับ มันกระทืบกันแล้วที่ห้างฯ"
ฉากแบบนี้ทีวีบ้านเราก็ยังมีให้เห็นอยู่ เนชั่นแชนแนลสถานีหนึ่งล่ะ ใช้ฉากเห็นเบื้องหลังตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน เช่นรายการเก็บตกจากเนชั่น คมชัดลึก หรือรายงานข่าวด่วนพิเศษ ฉากลักษณะนี้ ทีมงานด้านหลังที่ผู้ชมมองเห็นต้องระวังตัว จะเผลอวิ่งหยอกล้อ จี๋เอว นั่งโซ้ยมาม่า..ไม่ได้ หรือรายการข่าวยามเช้า ดันเห็นแม่บ้านกำลังถือไม้ม็อบถูพื้นอยู่เดียวดายก็ไม่ได้ มันแสดงให้เห็นว่า สถานีนี้มีแม่บ้านขยันทำงานแต่เช้าอยู่คนเดียว
ภายหลังมีทีวีจอพลาสม่า ประดับไว้หลังฉาก เผื่อเข้าหน้านักข่าวที่เตรียมรายงานสดจากพื้นที่เกิดเหตุ แล้วให้คนจัดหันไปซักถามนักข่าวผ่านทางจอ ดูเก๋ไก๋ดี แถมหาเงินจากผู้อุปถัมภ์ทีวีพลาสม่าอีกทางหนึ่งด้วย แปะยี่ห้อสินค้าตัวเบ้อเริ่มใต้จอ บางทีกาวเสื่อมป้ายชื่อหลุดผัวะลงไปก็มี
บางรายการก็โชว์ฉากหลังเป็นทีวีหลายๆ เครื่อง เปิดทุกเครื่องหมด ข้อดีของฉากแบบนี้คือดูทันสมัย ทันท่วงที เหมือนคอยตรวจสอบช่องคู่แข่งทุกช่องให้เห็นจะจะ ไม่มีใครเร็วกว่าเรา แต่ข้อเสียคืออย่าไปเปิดช่องกีฬา หรือช่องสารคดีต่างประเทศที่น่าสนใจ คนดูจะมองเห็นเลยว่า บอลคู่นั้นกำลังสนุก หรืองูเห่ากำลังพ่นพิษไปไกลหลายเมตร เปลี่ยนไปดูดีกว่า
รายการข่าวภาคค่ำบางช่อง ห้องส่งอยู่บนอาคารสูง อาจจะใช้ฉากหลังเป็นวิวทิวทัศน์ด้านนอก เห็นไฟท้ายรถติดเป็นตับแถวยาวบนทางด่วน บางช่องก็ใช้ฉากเลื่อนด้านหลัง ข่าวเช้าเป็นภาพท้องฟ้าเห็นตะวันฉายแสง ข่าวเที่ยงเป็นภาพตึกสูงแดดเปรี้ยง บางทีลืมเปลี่ยนฉาก ข่าวรับอรุณวันใหม่ แต่ฉากหลังดันเป็นภาพกรุงเทพฯ ราตรี
รายการจมูกมด ทางช่อง 7 เป็นรายการข่าวปนปกิณกะสุขภาพ โทนของฉากที่ท่านเห็นก็จะดูสบายเป็นกันเอง เหมือนพิธีกรทุกคนนั่งคุยอยู่ที่ห้องนั่งเล่นในบ้านท่าน (รายการที่มีพิธีกรมากสุด 8 ท่าน) เก้าอี้สีสันสดใสไม่ดูแข็งเป็นทางการเหมือนข่าวทั่วๆ ไป และเป็นรายการที่ใช้ห้องส่งของสถานีที่ใหญ่มากอยู่แล้ว จนหมดทุกมุม ตลอด 2 ชั่วโมงย้ายไปนั่งตรงนั้นทีตรงนู้นที
นี่ยังไม่พูดถึงเฉดสีของฉากหลัง รวมถึงฉากหน้าพวก โต๊ะ-เก้าอี้ ของบนโต๊ะกับแสงไฟ เอาเป็นว่าถ้าจะนำเสนออะไรสักอย่าง 'การจัดฉาก' อย่าให้พลาด อย่าให้เขาค่อนแคะได้ว่า มือสมัครเล่น เสียชื่อกันทั้งกรมกอง
กับอีกความหมายของคำว่า 'จัดฉาก' คุณต้องไปหาหนังเรื่อง Wag the Dog มาดู หนังปี 2540 แสดงโดย โรเบิร์ต เดอ นีโร กับดัสติน ฮอฟแมน ผมเป็นแฟนคุณเดอนีโร ตั้งแต่อยู่ปี 1 แกเล่นเป็นตัวอะไรก็จะไปขลุกอยู่กับตัวตนจริงๆ ในอาชีพนั้นเพื่อศึกษาชีวิตทุกแง่มุม เรียกการแสดงแบบนี้ว่า method
เรื่องนี้แสดงเป็นเจ้าหน้าที่จากทำเนียบข่าว ว่าจ้างโปรดิวเซอร์มือทองของฮอลลีวู้ด รับบทโดยฮอฟแมน ให้สร้างภาพการเกิดสงครามขึ้นในประเทศอะไรสักแห่ง เพื่อรองรับความชอบทำในการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี (โทษครับ..ประธานาธิบดี) ผู้หญิงชาวบ้านหน้าตาเหมือนแขกขาว กำลังหวีดร้อง วิ่งหนีไฟสงคราม มองเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากถิ่นที่อยู่หลังจากถูกบอมบ์ แท้จริงผู้หญิงคนนี้กำลังแสดงท่าวิ่งกรีดร้องในสตูดิโอยักษ์ บนฉากบลูสกรีนเพื่อคอยซ้อนภาพระเบิดถล่มบ้านทีหลัง ถ่ายทำเสร็จก็ดำเนินการในทางลับกับสถานีโทรทัศน์ อาจจะซื้อเวลาหรือแทรกแซงให้ช่วยออกข่าว
เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการจัดฉาก คนดูที่อาจขาดข้อมูลหรือไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ดูแล้วก็พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยกับท่านนายกฯ (โทษอีกครั้ง..ท่านประธานาธิบดี) เสร็จนาแล้วก็ถึงคราวฆ่าโคถึก ดัสติน ฮอฟแมน ยอดโปรดิวเซอร์ มีอันหายสาบสูญไปแห่งใดไม่ทราบ
แต่ไหนแต่ไรมา กลุ่มคนที่มักถูกมองว่าเข้าขั้นเหยียบเมฆถ้าจะจัดฉากคือ กลุ่มคนมีสี บางยุคสีเขียว บางยุคสีกากี ถูกมองว่ายัดยาบ้าบ้าง วิสามัญแล้วยัดปืนใส่มือบ้าง ทดสอบความเหนียวของเชือกผูกรองเท้าด้วยการหาสิ่งมีชีวิตในห้องขังห้อย จนถึงการอุ้ม..
ภาพมันเสียเละเทะจนบางทีก็เห็นใจคนมีสีดีๆ พลอยแปดเปื้อนทั้งที่เป็นข้าราชการรับใช้ประชาชนตัวจริง กลุ่มนี้มีอยู่แน่นอน และขอได้รับความนับถือยกย่องที่ยังใช้กฎหมายตรงมาและตรงไป ไม่น้อมนอบเพียงผู้มีอำนาจ
หลายข่าวที่ปรากฏระยะหลัง เต็มไปด้วยข้อสงสัย ครูข่มขืนเด็กหรือถูกตำรวจร่วมกับมูลนิธิกลั่นแกล้ง? ไอ้ขนเพชรเส้นเดียวเมื่อไหร่จะตรวจเสร็จว่าหลุดออกมาจากเป้าใคร? ตำรวจรู้เห็นให้ 2 ชายฉกรรจ์ตบคนแก่ในห้างฯ? นายตำรวจไม่รู้จริงๆ ว่าเขาเป็นใครหรือใช้ให้เขาไปล็อกคอ? 1 ใน 2 คนต้องโทษ 11 ปีแล้วโผล่มาเดินเล่นในห้างได้ไง?
ตำรวจในเครื่องแบบเป็นร้อย ล้วนนึกว่า 2 คนนั้นเป็นตำรวจ? กลุ่มชายฉกรรจ์อีกนับสิบใจตรงกัน ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว ริสแบนด์ขาว ไปเดินเล่นห้างหรู และเกิดเครียดเมื่อเห็นแป๊ะแก่ๆ ตะโกนไล่นายกฯ เลยเกิดสหบาทาด้วยความพร้อมเพรียง โดยบังเอิญ!
จากนั้นทุกอย่างถูกระเบิดกลบมิดด้วยระเบิดที่ยังไม่ระเบิด มีเอกสารยืนยันว่ารถออกมาตอนตีห้า 45 (แล้วจะมาเอาภาพจากกล้องวงจรปิดทีหลังอีกหลายวันถัดมา) รู้สึกว่า Wag the Dog ของผมจะตื่นเต้นน้อยกว่าเรื่องนี้ซะแล้ว ก็มันมีรถตั้ง 2 คัน สีและยี่ห้อเดียวกัน ช่วยกันวิ่งทำการลับอยู่หลายวัน และช่วยกันกำหนดจุดสังหาร หรือ Killing Zone

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น